วัดม่อนห้วยแก้ว

ตั้งอยู่บนเขาลูกหนึ่ง ทางทิศตะวันออก ของถนนสายเชียงใหม่ – ฮอด ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 44 ก.ม. ตรงข้ามสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจอมทอง จะมีทางแยกเข้าไปถึงยอดดอย ห่างจากถนนใหญ่ ประมาณ 1500 เมตร บนยอดดอยนั้นก็เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ ตั้งอยู่เลขที่ 154 หมู่ 11 ตำบลดอยหล่อ กิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่

โทรศัพท์ 0 5389 1500-6 โทรสาร 0 5389 1500-6 (อบจ.ชม.)


วัดม่อนห้วยแก้วแหล่งการเรียนรู้ชุมชน เป็นวัดในสังกัดมหานิยาย ก่อตั้งครั้งแรกใช้ชื่อสำนักสงฆ์รัตนารามมีพื้นที่อยู่ในโฉนดที่ดินเลขที่ 889 ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับหมู่บ้านจัดสรร ทิศเหนือและทิศตะวันตกติดพื้นที่ราชพัสดุ แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ว่างสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน เป็นลักษณะพื้นที่ป่าเป็นเนินสลับลำห้วยเล็กๆ ชื่อ ห้วยแก้ว เป็นแหล่งน้ำซับ และใช้เป็นแหล่งน้ำกินของชาวบ้านในสมัยนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

ตามตำนานกล่าวว่า พระนางจามเทวีได้ทรงสร้างขึ้น เมื่อครั้งที่เสด็จมาครองเมืองลำพูนตามคำเชิญของสุเทวฤาษีประมาณ ปี พ.ศ. ๑๒๐๑ เมื่อนับมาถึงกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๔๘) วัดพระธาตุดอยน้อยนี้ ก็สร้างมาแล้ว ๑๓๔๗ ปี หลักฐานที่ปรากฏชัดเจนถึงประวัติของวัด คือศิลาจารึกตัวอักษรไทยสมัยพระเมืองแก้ว เรียกว่า “ตัวฝักมะขาม” ฝังไว้ที่ข้างพระเจดีย์ใหญ่  ๑ แผ่น ความในศิลาจารึกกล่าวว่า พระนางจามเทวีสร้างวัดนี้ขึ้น เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่นำมาจากเมืองละโว้ พร้อมกับได้ขนานนามเขาที่ตั้งของวัดว่า “สุวัณจุลคีรี” แปลว่า “ทองน้อย” ส่วนชื่อของวัดที่เรียกว่า พระธาตุดอยน้อย คงเป็นเพราะภาษาไทยภาคเหนือเรียกพระเจดีย์ว่า “พระธาตุ” และเรียกภูเขาลูกเล็กๆ ว่า “ดอยน้อย” นั้นเอง วัดพระธาตุดอยน้อย มีพื้นที่ทั้งสิ้น ประมาณ ๑๓๔ ไร่ ๓ งาน ๗ ตารางวา

วัดม่อนห้วยแก้ว เป็นวัดในสังกัดมหานิกาย แรกก่อตั้งใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์รัตนาราม  แต่เดิมมาพื้นที่นี้เป็นที่ว่างสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน เป็นลักษณะพื้นที่ป่าเป็นเนินสลับลำห้วยเล็ก ๆ ชื่อ ห้วยแก้วซึ่งเป็นแหล่งน้ำซับ และใช้เป็นแหล่งน้ำกินของชาวบ้านสมัยนั้น ใน พ.ศ.๒๕๓๗ ทั้งสองหมู่บ้านคือ บ้านห้วยโจ้ หมู่ที่ ๕ โดยการนำของกำนันอำนวย กาบวัง และบ้านหลังม่อนหมู่ที่ ๑๔ โดยการนำของพ่อหลวงตา วงษ์ตาเขียว ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน มีความเห็นร่วมกันที่จะสร้างวัดขึ้นใหม่ เพราะวัดเดิมคือวัดดอยหล่อที่เคยไปทำบุญนั้นอยู่ไกลจากหมู่บ้าน จึงเริ่มดำเนินการปรับพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๗ และได้อาราธนานิมนต์ท่านเจ้าคุณสุพรหมยานเถร ท่านเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง พร้อมทั้งเจ้าคณะตำบลดอยหล่อเขต ๑ และ เขต ๒ ได้มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการจัดเข้ารุกขมูลกรรม เพื่อสร้างวัด ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๗ เป็นเวลา ๗ วัน และได้รับการอุปถัมภ์จากคุณโยม ดร.วิรัช หงษ์บุญไตร นำคณะญาติธรรมจากกรุงเทพฯ มาร่วมสร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ ได้นิมมต์พระสมหวัง กลฺยาโณ จากวัดฟ้าหลั่งมารักษาการณ์เจ้าอาวาส ดูแลและดำเนินการก่อสร้างวัด มาจนถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๒ กรมการศาสนาได้พิจารณายกให้สำนักสงฆ์รัตนารามเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ในนาม "วัดม่อนห้วยแก้ว" และแต่งตั้งให้พระสมหวัง กลฺยาโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดม่อนห้วยแก้วดูแลและพัฒนาวัดสืบต่อมา ปัจจุบันได้การเลื่อนสมณะศักดิ์เป็น พระครูกัลยาณปราโมทย์

 

อาคารเสนาสนะภายในวัดที่สำคัญ

  1. โบสถ (ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร)
  2. เจดีย์(ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร) สร้างเมื่อ พ.ศ.1201 บูรณะเมื่อพ.ศ.2537
  3. วิหารสามมุข (ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร) สร้างเมื่อ พ.ศ.2437 บูรณะเมื่อพ.ศ.2475

เอกสารอ้างอิง

  • สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดอยหล่อ : http://www.cdddoilo.net/
  • ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม : http://http://www.m-culture.in.th/album/124148
  • http://travel.thaiza.com/

  • http://www.siamganesh.com

  • http://thai.tourismthailand.org/

  • http://www.thai-tour.com/thai-tour/north/.../pic_wat-prathatdoinoi.htm

  • http://chiangmaiprovince.com/attractions/chiang-mai-thailand-778/