ตลาดวโรรส

อำเภอ เมืองเชียงใหม่ จังหวัด เชียงใหม่

สำนักงาน ททท.ภาค.เหนือ เขต 1 โทร.0-5324-8604 , 0-5324-8607


อาหารพื้นเมือง(น้ำพริกหนุ่ม ,แคบหมู ,หมูยอ ,แหนม ,กระเทียมโทนดอง ,ท้อดอง-แช่อิ่ม ,บ๊วย) , ผักผลไม้(เห็ดหอม ,แครอท ,กะหล่ำม่วง มะระหวาน ,สาลี่ , พลับ ,แอปเปิ้ล ,ส้มสีทอง ,สตรอเบอรี่ ,ลิ้นจี่ ,ท้อ) , ดอกไม้เมืองหนาว(กุหลาบย ,คาร์เนชั่น ,ลิลลี่) เครื่องใช้-เครื่องประดับจากเงิน , ผลิตภัณฑ์จากไม้แกะสลัก , ผ้าทอพื้นเมือง(ผ้าไหม ,ผ้าฝ้าย) , เครื่องปั้นดินเผา , หัตถกรรมฝีมือชาวเขา , ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา และร่มบ่อสร้า

อาหารพื้นเมือง(น้ำพริกหนุ่ม ,แคบหมู ,หมูยอ ,แหนม ,กระเทียมโทนดอง ,ท้อดอง-แช่อิ่ม ,บ๊วย) , ผักผลไม้(เห็ดหอม ,แครอท ,กะหล่ำม่วง มะระหวาน ,สาลี่ , พลับ ,แอปเปิ้ล ,ส้มสีทอง ,สตรอเบอรี่ ,ลิ้นจี่ ,ท้อ) , ดอกไม้เมืองหนาว(กุหลาบย ,คาร์เนชั่น ,ลิลลี่) เครื่องใช้-เครื่องประดับจากเงิน , ผลิตภัณฑ์จากไม้แกะสลัก , ผ้าทอพื้นเมือง(ผ้าไหม ,ผ้าฝ้าย) , เครื่องปั้นดินเผา , หัตถกรรมฝีมือชาวเขา , ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา และร่มบ่อสร้า

 

ประวัติตลาดวโรรส
 
ที่ตั้งตลาดวโรรสในปัจจุบันเดิมทีเป็นที่ข่วงเมรุ หรือที่ปลงพระศพและเป็นที่เก็บพระอัฐิของเจ้าเชียงใหม่ทั้งหลาย แต่หลังจากที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จกลับมาเยี่ยมจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้มีพระราชดำริให้ย้ายพระอัฐิไปบรรจุไว้ที่วัดสวนดอกและได้รวบรวมเงินส่วนพระองค์และเงินจากเจ้าอินทวโรรสฯ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยนั้นมาลงทุนสร้างตลาดขึ้นในบริเวรข่วงเมรุนั้นและได้พระราชทานชื่อว่า “ตลาดวโรรส” ตามพระนามของเจ้าอินทวโรรส และชาวบ้านก็ได้เรียกกันในชื่อว่า “กาดหลวง” (ซึ่งอาจจะหมายความว่า ตลาดใหญ่หรือว่าตลาดของเจ้าหลวงก็ได้)
 
     หลังจากเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2476 เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาจัดการบริหารตลาดวโรรส โดยมีชื่อว่าบริษัท เชียงใหม่พาณิชย์ จำกัด และได้เป็นบริษัทของเจ้านายในสกุล ณ เชียงใหม่ตลอดมา จนถึงเมื่อเกิดสงครามเอเชียอาคเนย์ขึ้น เจ้านายบางท่านจึงได้โอนขายหุ้นบางส่วนให้ห้างหุ้นส่วนอนุสาร เชียงใหม่ เพื่อเข้าไปช่วยพัฒนาและบริหารงานตลาดให้มีความทันสมัยมากขึ้น เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ทางผู้ถือหุ้นก็ได้มอบหมายให้ ศ. อัน นิมมานเหมินท์ แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริษัทออกแบบต่างชาติเข้ามาทำการค้นคว้าและออกแบบสร้างตลาดวโรรสให้เป็นตลาดเต็มรูปแบบและมีความทันสมัย โดยพัฒนาคู่กับตลาดต้นลำไยที่อยู่ข้างกัน โดยเริ่มดำเนินการในปีพ.ศ. 2492 และทำให้ทั้งสองตลาดนี้เจริญเฟื่องฟูและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง
 
     วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่และทำให้ทั้งสองตลาดนี้วอดวายไปเสียหมด ถือเป็นการสิ้นสุดของตลาดวโรรสในยุคแรก หลังจากนั้นทางเจ้านายสกุล ณ เชียงใหม่ก็ไม่ได้มีความประสงค์จะลงทุนทำตลาดอีกต่อไปจึงได้โอนขายให้ทั้งหมดให้แก่ห้างหุ้นส่วนอนุสารเชียงใหม่ และบริษัทอนุสาร จำกัด ทางบริษัทจึงได้มอบหมายให้ ศ. อัน นิมมานเหมินท์ ผู้ออกแบบตลาดในครั้งแรก เป็นผู้ออกแบบตลาดขึ้นมาใหม่โดยทำเป็นตลาดแนวสูงเพื่อการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าสูงสุด โดย ศ. อัน ได้ศึกษาดูงานจากตลาดต่างประเทศ ทั้งที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง และได้สร้างตลาดให้ตรงกลางโปร่งโล่งและมีโครงหลังคาแบบฟันเลื่อยเพื่อให้รับแสงสว่างธรรมชาติได้เต็มที่พร้อมกับมีการระบายอากาศให้ถ่ายเทตลอดเวลา ซึ่งในสมัยนั้นตลาดวโรรสนับเป็นตลาดที่สวยงามและทันสมัยที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ อีกทั้งเป็นตลาดเดียวที่มีบันไดเลื่อนตรงกลางตลาด (ปัจจุบันใช้งานไม่ได้แล้ว) ตัวตลาดวโรรสใหม่นี้เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2515 และได้เป็นที่จับจ่ายใช้สอยของประชาชนชาวเชียงใหม่และผู้มาเยือนมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้