******ยินดียิ่งแล้วแขกแก้วมาเยือน มาถึงเมืองเจียงใหม่เจ้า******  
ค้นหาโรงแรม สถานที่

วัดพระพุทธบาทตะเมาะ

วัดม่อนห้วยแก้ว

วัดพระธาตุดอยน้อย

น้ำตกอุ้มแป
 
 
 
 
วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
  วัดพระพุทธบาทตะเมาะ
วัดพระพุทธบาทตะเมาะเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาลเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้า ๔ พระองค์แห่งกัปนี้ ได้แก่พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคมนาคม พระพุทธเจ้ากัสปะ พระพุทธเจ้าสมณโคดมเคยเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้และเคยมีพุทธสาวกหลายองค์มาปฏิบัติและบรรลุธรรมที่สถานที่แห่งนี้ "มณฑปศิลาแลง" ตั้งอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะ เป็นมณฑปที่ก่อสร้างขึ้นด้วยหินศิลาแลง ที่มีความแข็งแรง เป็นสถาปัตกรรมที่ผสมผสานแบบศิลปะล้านนาแบบประยุกต์ รูปทรงสวยงาม ภาพปูนปันที่งดงาม มีแห่งเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของสามนักบุญแห่งล้านนา ที่ได้มาบูรณะปฏิสังขรวัด คือ รูปปั้นของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย ครูบาชัยยัวงษา และครูบาเจ้าขาวปี เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีประชาชนจากจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ ได้มากราบไว้เป็นประจำ ปัจจุบันมี พระมหานพดล สิริวัฒโณ เป็นเจ้าอาวาสวัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในวัดยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง เช่น

-    มณฑป 9 ยอด ครอบรอยพระพุทธบาท ซึ่งครูบาศรีวิชัยเป็นผู้มาพบรอยพระพุทธบาท และสร้างมณฑปไม้ครอบไว้ ภายหลังครูบาอภิชัยขาวปี สร้างมณฑป 9 ยอดครอบไว้  ปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ชำรุดมาก

-    พระเจดีย์หินทราย 3 ครูบา  สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่  ครูบาศรีวิชัย   ครูบาอภิชัยขาวปี   ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา

-    มณฑป 84 ยอด ครอบรอยพระพุทธบาท ศรัทธาญาติโยมหลายคนที่ได้มาชม  ต่างกล่าวกันว่าเป็นมณฑปที่สวยงามมาก  สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา  ออกแบบโดย คุณชุมนุมพร (ขนม)ฯ

-    มณฑปไม้และทิวทัศน์ วัดพระพุทธบาทตะเมาะ โดยมณฑปไม้ครูบาวงศ์ได้พาศรัทธาสร้าง เมื่อปี พ.ศ.2500 ท่านบอกว่าเป็นการก่อสร้างที่ยากที่สุดในชีวิตของท่าน เพราะต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ  การแกะสลักต่าง ๆ ส่วนมากเป็นฝีมือของท่านทั้งหมด

ประวัติวัดพระพุทธบาทตะเมาะ

 

ที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะแห่งนี้ เคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระฤาษี ๒ องค์ซึ่งต่อมาบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์สถานที่นิพพานของท่านทั้งสองอยู่บนแท่นหินภายในบริเวณวัดพระสรีระของท่านทั้งสองยังไม่ได้ประชุมเพลิงพระอินทร์ได้อัญเชิญพระสรีระขององค์หนึ่งไปไว้บนยอดเขาตะเมาะส่วนอีกองค์หนึ่งไว้ที่ยอดเขาดอยเกิ้งเพื่อรอพระศรีอริยะเมตไตรยมาประชุมเพลิงด้วยพระองค์เองซึ่งบารมีของท่านทั้งสองยังคุ้มครองสถานที่แห่งนี้ให้ผู้มุ่งหวังปฏิบัติธรรมได้รับความสงบสุข (ชาวบ้านมักเห็นแสงไฟดวงกลมวิ่งไปมาระหว่างยอดเขาทั้งสองเสมอ)

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒ หลวงพ่อวงศ์ได้พาคณะศิษย์ไปที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะซึ่งขณะนั้นมีพระชาวต่างประเทศมาจำพรรษาอยู่มาก ท่านได้เล่าให้ฟังว่าครูบาอภิชัยขาวปีเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ และจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ. ๒๔๖๗ รวมเวลาที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ ๓๓ ปี

หลวงพ่อวงศ์ได้บูรณะสถานที่สำคัญหลายแห่งภายในวัด เช่น มณฑป ๙ยอดครอบรอยพระพุทธบาท ฯลฯ และหลวงพ่อวงศ์ได้มาช่วยครูบาอภิชัยขาวปีก่อสร้างเป็นเวลา๕ ปี สิ่งก่อสร้างที่เหลือไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชมอีกอย่างก็คือกำแพงซึ่งทำจากหินล้วนไม่มีการใช้ปูนแต่อย่างใด กำแพงดังกล่าวเป็นแนวยาว ๒ ชั้นแต่ละชั้นยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร

นอกจากแนวกำแพงหินแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐หลวงพ่อวงศ์ยังได้สร้างมณฑปไว้ด้วย มณฑปนี้เป็นรูปทรงล้านนาและทำจากไม้ทั้งหลังซึ่งในปัจจุบันจะหาช่างทำได้ยากเพราะมณฑปทั้งหลังใช้การเข้าลิ่มไม้ทั้งสิ้น จะใช้น๊อตยึดก็เพียงไม่กี่ตัวท่านเล่าให้ฟังว่า มณฑปนี้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ล้ำค่าของท่านเพราะต้องผจญกับมารหลายประการเนื่องจากเขตวัดพระพุทธบาทตะเมาะขึ้นกับจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นทางการจังหวัดเชียงใหม่เข้มงวดเรื่องป่าไม้มากแม้จะนำมาสร้างเป็นถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาก็ยังเป็นการลำบาก

ในระหว่างที่หลวงพ่อวงศ์มาทำการก่อสร้างที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะอยู่นั้นท่านต้องพักผ่อนจำวัดที่ห้วยน้ำอุ่น (ปัจจุบันเป็นสถานปฏิบัติธรรม)ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดลำพูน และห่างจากวัดพระพุทธบาทตะเมาะ ๕ กิโลเมตรกิจวัตรประจำวันของท่าน เริ่มด้วยตื่นเวลา ๔ น. สวดมนต์ทำวัตรจนถึงเวลา ๕ น.เดินทางจากห้วยน้ำอุ่นไปวัดพระพุทธบาทตะเมาะ มาฉันภัตตาหารที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะจากนั้นนำคณะศรัทธาก่อสร้าง โดยท่านเป็นผู้ควบคุมเอง ในช่วงเที่ยงวันคณะศรัทธาจะพักรับประทานอาหาร ขณะนั้นท่านฉันมื้อเดียวท่านจึงใช้เวลาที่คณะศรัทธาพักรับประทานอาหารนี้ไปก่อหินทำถนนระหว่างห้วยน้ำอุ่นกับวัดพระพุทธบาทตะเมาะซึ่งคณะศรัทธาอีกคณะหนึ่งได้นำหินมากองเรียงไว้ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายท่านก็จะกลับมาควบคุมการก่อสร้างที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะต่อไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินไม่สามารถมองเห็นลายมือแล้วจึงเดินทางกลับไปพักที่ห้วยน้ำอุ่น ระหว่างทางที่เดินทางกลับก็จะช่วยกันยกหินที่คณะศรัทธาอีกคณะหนึ่งเรียงกองไว้ นำมาทำถนนระหว่างทางไปเรื่อยท่านจะกลับถึงห้วยน้ำอุ่นประมาณ ๒๒-๒๓ น.ทุกวัน จากนั้นท่านก็จะสรงน้ำสวดมนต์ไหว้พระ เจริญกรรมฐาน และจำวัดประมาณ ๒๔ น. ตื่นเวลา ๔ น. ท่านใช้เวลา ๓เดือน จึงก่อสร้างแล้วเสร็จนับเป็นความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง

เหตุที่ท่านไม่สามารถจำวัดและให้คณะศรัทธาพักที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะได้เนื่องจากขณะนั้นครูบาศรีวิชัยต้องอธิกรณ์ซึ่งเจ้าหน้าที่และคณะสงฆ์ของจังหวัดเชียงใหม่มีความเข้มงวดในระหว่างที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นศิษย์ของครูบาอภิชัยขาวปีเกิดมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่และคณะสงฆ์ของบ้านเมืองจนกระทั่งพระปันถูกจับสึกให้นุ่งขาวห่มขาวเป็นเหตุให้ครูบาอภิชัยขาวปีต้องย้ายจากวัดพระพุทธบาทตะเมาะไปอยู่ที่วัดพระธาตุห้าดวงและพระพุทธบาทผาหนาม ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนเขตติดต่อกับวัดพระพุทธบาทตะเมาะ เมื่อสร้างมณฑปเสร็จแล้วก็ทำการฉลองกันอย่างรีบเร่งซึ่งเมื่อฉลองเสร็จหลวงพ่อวงศ์ก็ติดตามครูบาอภิชัยขาวปีไป

หลังจากเหตุการณ์สงบลงแล้วคณะศรัทธาเคยอาราธนานิมนต์ให้ครูบาอภิชัยขาวปีกลับไปที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะแต่ท่านก็ไม่รับนิมนต์ และบอกว่า "อีกหน่อยจะมีตุ๊ใต้มาอยู่กันเป๊อะเรอะ" (พระภาคใต้มาอยู่กันมาก ภาคใต้ตามความหมายของคนเหนือคือนับจากภาคกลางของประเทศไทยลงไป เป็นภาคใต้หมด) ส่วนหลวงพ่อครูบาวงศ์ท่านเคยบอกว่า "ถ้าไม่ได้อยู่ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนก็จะมาอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะ"

ในอดีตวัดพระพุทธบาทตะเมาะเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากโดยเฉพาะในสมัยที่ครูบาอภิชัยขาวปียังจำพรรษาอยู่ที่วัดมีศรัทธาญาติโยมทั้งชาวไทยและชาวเขากระเหรี่ยงมาร่วมกันทำบุญเป็นจำนวนมากมีการก่อวิหาร ที่พักของพระสงฆ์ และเสนาสนะอื่นๆภายในวัด นอกจากนี้ครูบาอภิชัยขาวปียังได้รับนิมนต์ไปก่อสร้างสาธารณประโยชน์ที่อื่นอีกมากต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ครูบาอภิชัยขาวปีไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอื่นซึ่งภายหลังจากที่ท่านจากวัดพระพุทธบาทตะเมาะไปแล้ว วัดก็ค่อยๆเสื่อมโทรมลงจนกลายเป็นวัดร้างในที่สุด

เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์นพดล สิริวฑฺฒโนได้ย้ายจากวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม มาจำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทตะเมาะซึ่งในช่วงแรกท่านได้สร้างเสนาสนะเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติธรรมต่อมาจึงสร้างเสนาสนะเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรงครัว หอระฆัง แท็งก์น้ำศาลาปฏิบัติธรรมของญาติโยม และเมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๑จึงสร้างพระเจดีย์สามครูบาขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ครูบาศรีวิชัย, ครูบาอภิชัยขาวปี และครูบาชัยยะวงศาพัฒนา

 

การเดินทาง

                การเดินทางให้ใช้เส้นทางกรุงเทพ-ลี้ เมื่อถึงแยกอำเภอดอยเต่าให้เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอดอยเต่าจากปากทางแยกถึงวัดเป็นระยะทาง 9 กิโลเมตร

 

สถานที่พักใกล้เคียง

                ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแหล่งชุมชนของชาวบ้านและสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน

 

ร้านอาหารใกล้เคียง

                ร้านอาหารในเขตบริเวณชุมชน  ร้านกาแฟทั่วไป

เอกสารอ้างอิง

  • วัดพระพุทธบาทตะเมาะ : http://www.wattamor.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538875311

  •  

    กระทรวงวัฒนธรรม : http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/มณฑปศิลาแลง-วัดพระพุทธบาทตะเมาะ-อำเภอดอยเต่า-/

  ที่ตั้ง: วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๑๔๙ หมู่ ๙ ตำบล โปงทุ่ง อำเภอ ดอยเต่า จังหวัด เชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ ๕๐๒๖๐ http://www.wattamor.com
ติดต่อ: โทรมือถือ :087-1774692 คลิกดูแผนที่
Email: wattamor@hotmail.com


 
Copyright 2018-2020 © องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ 0 5399 8333 อัติโนมัติ 100 คู่สาย โทรสาร 0 5399 8334
www.chiangmaipao.go.td E-mail chiangmaipao@chiangmaipao.go.th