******ยินดียิ่งแล้วแขกแก้วมาเยือน มาถึงเมืองเจียงใหม่เจ้า******  
ค้นหาโรงแรม สถานที่

ป่าพันปี สระมรกต

ดอยผาแดง (ดอยทิวลิปดอยผาแดง)

น้ำซาวรู

ประตูหินโบราณ

วัดถ้ำตับเต่า

กองบัญชาการกองทัพ 3 คณะชาติ ก๊กมินตั๋ง กองทัพ 93 (ถ้ำง๊อบ)
 
 
 
 
วัดถ้ำตับเต่า
  วัดถ้ำตับเต่า
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บริเวณโดยรวมของหน้าถ้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ เป็นถ้ำหินปูนกว้างและสูงประมาณ 6 เมตร เป็นสถานที่ตั้งของวัดที่ร่มรื่นยังคงความเป็นธรรมชาติ มีถ้ำสำหรับเข้าชม ธรรมชาติที่สมบูรณ์ของคนทั่วไป ถ้ำมืด และถ้ำแจ้ง ชื่อของถ้ำ เดิมชื่อ "ทับเถ้า" มาจากเรื่องเล่าที่ว่า พระอรหันต์ 500 รูป มานิพพานที่ถ้ำนี้ จึงได้นำเอาอัฐิหรือเถ้ามากอบกันขึ้นเป็นพระเจดีย์ ให้ชื่อว่า "พระเจดีย์นิ่ม" ซึ่งอยู่ในถ้ำมืด และจารึก ปี พ.ศ. 1463 ไว้ที่ฐานพระเจดีย์ ถ้ำนี้ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จะเที่ยวชมอย่างทั่วถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้ำตับเตา ถือเป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนในแอ่งที่ราบโหล่งเมืองไชยปราการ – ฝาง มีอายุเก่าแก่ โดยมีตำนานที่ผูกเรื่องราวพื้นบ้านเข้ากับความศรัทธาในพระพุทธศาสนาว่า ในสมัยพุทธกาล ขณะที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใกล้จะปรินิพพาน หลังจากทรงตรากตรำพระวรกายในการประกาศพระศาสนาในถิ่นฐานต่างๆ เมื่อจวนได้เวลาเสด็จดับขันธ์ปรินิพานตามคำทูลอาราธนาของพญามาร พระพุทธองค์ได้รับบิณฑบาตอาหารที่ประกอบด้วยสุกรมัทวะจากนายจุนนะ เป็นเนื้อหมู (เนื้อหมูเป็นโรค บางตำนานก็ว่าเป็นอาหารประกอบจากเห็ดที่งอกจากหลุมฝังศพซากหมูตายด้วยโรค) หลังจากรับบิณฑบาต พระพุทธองค์ก็ทรงประชวรและอาเจียน เนื่องจากอาหารเป็นพิษ ขณะที่ทรงประชวรอยู่ก็ทรงประทับที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำนั้นคือถ้ำตับเตา

 

 
 
วัดถ้ำตับเต่า เป็นชื่อที่เรียกเพี้ยนมาจากคำว่า “ดับเต้า” ซึ่งหมายถึงการดับขี้เถ้า ที่เกิดจากการเผาไหม้ของป่า ทั้งนี้เมื่อเรียกกันนานๆ เข้าก็เลยเพี้ยนมาเป็นตับเตา ซึ่งคนในภูมิภาคอื่นไม่ทราบความหมายก็เลยเรียกว่า”ถ้ำตับเต่า”  ซึ่งมีความหมายไปอีกอย่างหนึ่ง คือตับของสัตว์ชนิดหนึ่ง
 
วัดถ้ำตับเต่าสร้างขึ้นในยุดใด สมัยใดไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด มีเพียงแค่สันนิษฐานตามสิ่งก่อสร้างในวัด นั่นก็คือพระพุทธรูปไสยาสน์องค์ใหญ่ ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูนพอกด้วยยางไม้รักปิดทองในแบบศิลปะอยุธยา ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ
 
เมื่อคราวท่านยกกองทัพมาเพื่อจะเข้าตีเมืองพม่า และตีเมืองตองอูในปี พ.ศ. 2135 และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกกองทัพหลวงไปทางเชียงดาวเข้าพักพลที่เมืองหางซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองในราชอาณาจักรไทย  มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเล่าว่า ณ ถ้ำตับเต่าแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับพักกองทัพของสมเด็จพระเอกาทศรถ
 
เจ้าอาวาสจึงสันนิษฐานว่าด้วยเหตุผลที่พระพุทธรูปไสยาสน์องค์นี้เก่าแก่โบราณ ซึ่งคนโบราณแต่ละถิ่นแคว้นจะมีลักษณะศิลปะการก่อสร้างเป็นของตนเอง ถ้าสร้างโดยช่างฝีมือล้านนาไทยคงจะต้องมีลักษณะศิลปะแบบล้านนา สร้างแล้วก็คงมอบให้เจ้าเมืองฝางเป็นผู้ดูแล
 
วัดถ้ำตับเต่าเป็นวัดที่ร้างมานานก่อนที่เจ้าหลวงมหาวงศ์จะสั่งให้บูรณะปฎิสังขรณ์สร้างวัดถ้ำตับเต่าขึ้น ได้มีฝรั่งชาวนอรเวย์ ชื่อ มร.คาร์ลบ็อก มาสำรวจธรรมชาติในล้านนาไทยเข้ามาพักที่เมืองฝาง เขาได้บันทึกถึงความสำคัญของสถานที่นี้ไว้ว่า ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนามามากกว่าร้อยปี มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระนอน ก่อด้วยอิฐโบกปูนทาด้วยยางไม้และปิดทอง ชำรุดทรุดโทรมมาก ยางไม้และทองหลุดร่อนลงเป็นแห่ง ๆ รอบ ๆ พระนอนองค์ใหญ่นี้มีพระสาวกนั่งประนมมือประหนึ่งฟังคำสวดจากพระพุทธเจ้า

ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว แต่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น 2 ถ้ำ คือถ้ำแจ้ง และถ้ำมืด (ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค) บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

ถ้ำผ้าขาวมีบันไดขึ้นไปบริเวณถ้ำกว้างประมาณ 10 วา มีแสงสว่างจากช่องโหว่บนเขาส่องลงมา มีพระพุทธรูปก่อถือปูนขนาดใหญ่อยู่บนแท่นกับพระพุทธรูปนอน พระอรหันต์ล้อมรอบแสดงถึงตอนพระพุทธเจ้าประชวร อีกถ้ำหนึ่งอยู่ห่างจากถ้ำผ้าขาวราว 45 เมตร เรียกถ้ำปัจเจค ปากถ้ำลึกประมาณ 5 วา มีบันไดพาดเป็นบางแห่ง ในถ้ำทางคดเคี้ยวบางตอนเป็นช่องแคบ ถ้ำลึกมากต้องหาเทียนไขหรือตะเกียงเจ้าพายุเข้าไป 

สุดปลายถ้ำมีพระพุทธรูปและเจดีย์นอกจากนี้มีรูปปูนปั้นเป็นเด็กหญิงแถวหนึ่ง เด็กชายแถวหนึ่งปราศจากเครื่องแต่งกาย ผู้ใดต้องการมีบุตรหญิงหรือบุตรชายก็ให้หาธูปเทียนสักการบูชา พระพุทธรูปอธิษฐานขอเอาตามความปรารถนา มีผู้เล่าว่าผู้ไปขอแล้วมักสมปรารถนาเสมอ ตำนานของถ้ำมีจารึกอยู่บนศิลา 3 แผ่นว่า พระอรหันต์เสด็จมาบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ ณ ที่นี้แล้วเสด็จสู่ปรินิพานตรงปากถ้ำ เทพยดาถวายพระเพลิงจนเป็นเหตุให้ไหม้ลึกลงไปในดินด้านยาว 1,000 วา ด้านกว้าง 100 วา พญานาคขึ้นมาพ่นน้ำดับ จึงปรากฏมีขี้เถ้าเต็มถ้ำ เดิมเรียกว่า “ถ้ำตับเต้า” (ถ้ำทับเถ้า) เลยเพี้ยนมาเป็นถ้ำตับเต่าภายหลังถ้ำนี้พวกไทยใหญ่มักเดินทางมานมัสการเสมอเมื่อ 100 ปีมาแล้วถือเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์ 

 

วันเปิดทำการ: วันจันทร์ - วันอาทิตย์ 
เวลาเปิดทำการ: 09.00 - 17.00 

การเดินทาง

  • ใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร

เอกสารอ้างอิง

  ที่ตั้ง: ถ้ำตับเตา ตั้งอยู่ ณ ภูเขาทางทิศตะวันตก หมู่ที่ 13 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตร ที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร วัดแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 35 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาถ้ำตับเต่า ซึ่งเป็นภูเขาหนึ่งในเทือกเขาที่กั้นเขตอำเภอไชยปราการกับอำเภอเมืองเชียงดาว และเป็นเทือกเขาที่สลับซ้อนกันกั้นเขตแดนไทยกับพม่า
ติดต่อ: โทร 0 5324 8604, 0 5324 8607 คลิกดูแผนที่
Email: tatchmai@tat.or.th


 
Copyright 2018-2020 © องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ 0 5399 8333 อัติโนมัติ 100 คู่สาย โทรสาร 0 5399 8334
www.chiangmaipao.go.td E-mail chiangmaipao@chiangmaipao.go.th